Skinpress Rss

วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

เสริมจมูกด้วยการฉีดฟิลเลอร์ : รู้จักกับฟิลเลอร์ให้ลึกซึ้งขึ้นอีกนิด

สวัสดีค่ะ เพื่อน ๆ บล้อก บิวตี้ฟอร์ยู ทุกท่าน

สารฟิลเลอร์ ที่ทางวงการแพทย์ใช้ในการแก้ไขจุดบกพร่องของรูปร่าง หรือหน้าตาคนเรานั้น มีหลายประเภทด้วยกันนะ่คะ แต่ที่จะพูดถึงกันในตอนนี้ เป็นสารที่คนรู้จักกันค่อนข้างดี เป็นที่นิยมใช้กัน และผ่านการยอมรับจาก อ.ย (องค์การอาหารและยา)ในบ้านเรา นั่นก็คือ สารที่เรียกว่าไฮยาลูรอนิก แอซิด หรือ ไฮยารูรอน นั่นเองค่ะ




ไฮยาลูรอนิก แอซิด เป็นสารประกอบน้ำตาลเชิงซ้อนที่มาเรียงต่อกันเป็นสายในผิวเราหนังของคนเราตามธรรมชาติจะมีสารนี้อยู่เป็นปกติ ซึ่งสารนี้มีคุณสมบัติในการดึงดูดน้ำ ทำให้ผิวหนังอิ่มเอิบ อวบอิ่ม มีความยืดหยุ่น และยี่ห้อที่ได้รับความนิยมใช้กันสูงสุดในต่างประเทศและบ้านเราก็คือ Restylane

เรสไทเลน นั้นทำจากไบโอเทคโนโลยีค่ะ โดยการสกัดเอาเฉพาะ ไฮยารูรอน จากแบคทีเรียชนิดหนึ่ง แล้วนำมาทำให้เป็นเจลใส จากนั้นจึงทำการฆ่าเชื้อโรค เพื่อให้มีความปลอดภัยที่จะนำมาใช้กับมนุษย์ ซึ่งในปัจจุบัน สารกลุ่ม Restylane นี้ ได้มีการพัฒนาให้มีหลายรุ่นและหลายประเภทเพื่อให้เหมาะกับการใช้งานในแต่ละปัญหา นอกจากนั้น เจ้าเรสไทเลนรุ่นหลังๆ นี้ก็มีการพัฒนาให้มีอายุให้นานขึ้น ซึ่งเราพอจะแบ่งประเภทของ Restylane ได้ตามขนาดของเนื้อเจลที่จะใช้กับส่วนต่างๆ ดังนี้นะคะ

Restylane : ตัวดั้งเดิม เหมาะสำหรับการฉีดเติมจมูกให้โด่งขึ้น เติมบริเวณขมับให้ดูเต็มขึ้น หรือรอยหลุมสิว รอยแผลเป็นต่างๆ จะมีอายุอยู่ได้นาน 4-6 เดือน

Restylane Touch : เหมาะกับสำหรับการเติมร่องตาลึกให้ดูเต็มขึ้น ลดรอยดำคล้ำรอบดวงตา อยู่ได้ประมาณ 1 ปี

Perlane : เหมาะกับสำหรับการปรับรูปหน้า ใช้เติมคาง เสริมจมูก ร่องแก้ม อยู่ได้นานประมาณ 10-12 เดือน

Restylane Lipp : เหมาะกับสำหรับการเติมริมฝีปากให้ดูอวบอิ่ม อยู่ได้ประมาณ 1 ปี

Restylane Subcutaneous: เหมาะกับสำหรับการเติมโหนกแก้ม ยกกระชับผิวหน้าให้เต่งตึง อยู่ได้ประมาณ 1 ปี

เรสไทเรน (Restylanne) นี้หลังฉีดจะให้สัมผัสเหมือนผิวหนังตามธรรมชาติค่ะ ดูนุ่มนวล ไม่แข็งจนเกินไป แต่ทั้งนี้ การฉีดสารเติมเต็มประเภทนี้ เพื่อแก้ไขรูปหน้า หรือข้อบกพร่องต่าง ๆ ของร่างกาย จะให้ผลดีมากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับฝีมือของแพทย์ที่ทำให้ด้วย โดยทั่วไป การฉีดRestylane มักมีค่าใช้จ่ายคิดเป็นต่อยาหนึ่งหลอดน่ะนะคะ ซึ่งถ้าหากใช้ไม่หมดในครั้งเดียว แพทย์มักให้กลับมาฉีดเติมได้โดยใช้ยาหลอดเดิม ซึ่งก็จะเป็นของเราคนเดียวไม่สามารถใช้เข็มร่วมกับผู้อื่นได้ เพื่อป้องกันการติดเชื้อโรคและโรคติดต่อที่อาจเกิดขึ้นได้ค่ะ



ข้อมูลจาก http://www.p10surgery.com/
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

เรื่องน่าอ่าน